TheSunR19 on WordPress

วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เป็นปีมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา หรือ ๗ รอบ และเป็นปีที่ทรงครองราชย์ยาวนานถึง ๖๕ ปี ๑๗๙ วัน ซึ่งในส่วนของพระราชพิธีที่จัดขึ้นชื่อว่า พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 (The Celebration on the Auspicious Occasion of His Majesty the King’s 7th Cycle Birthday Anniversary, 5th December 2011) เป็นชื่องานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในโอกาสที่มีพระชนมายุครบแปดสิบสี่พรรษาใน พ.ศ. 2554 ประกอบด้วยราชพิธี รัฐพิธี และราษฎรพิธีต่างๆ อันจัดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พระราชดำรัสของในหลวง วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

พระราชพิธี 

– การเตรียมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ซึ่งกองทัพเรือได้กำหนดจัดรูปขบวนเรือ 5 ริ้ว ยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร กำลังพล 2,200 นายใช้เรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำ เส้นทางเสด็จช่วงระหว่างสะพานกรุงธน – สะพานพุทธฯ สถานที่รับเสด็จฯ จากท่าวาสุกรี ส่งเสด็จฯ ณ ฉนวนน้ำวัดอรุณราชวราราม ระยะทาง 4.5 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ในขณะนี้พิธีซ้อมใหญ่ได้เลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนดโดยกองทัพเรือเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมแต่งานพระราชพิธีจะจัดตามกำหนดการปกติ และจะมีพระราชพิธี ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ได้มีมติให้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เลื่อนการจัดกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคไปเป็นปีพ.ศ. 2555 เนื่องจากกระแสน้ำและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงและไหลแรง แต่ทั้งนี้ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ที่วัดอรุณราชวราราม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๒๒ ตุลาคมนี้ยังมีอยู่

– ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานหมายกำหนดการ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ระหว่างวันเสาร์ที่ 3 ถึงวันศุกร์ที่9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ที่สำคัญคือ พระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล กำหนดให้มีขึ้น ในวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม เวลา 10:30 นาฬิกา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกมหาสมาคม ที่มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

รัฐพิธี

– การจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล และการจัดแสดงมหรสพสมโภช ภายใต้ชื่องาน “รักพ่อ ขอจงทรงพระเจริญ” โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน กรุงเทพมหานคร และ มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช ร่วมกันจัดงาน ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ตั้งแต่เวลา 18:00-24:00 น. บริเวณท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนินตลอดสาย จนถึงบริเวณลานพระราชวังดุสิต ตลอดจนภายในสวนอัมพรและสนามเสือป่า ที่สำคัญคือพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพร ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และสถานที่ต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร ส่วนงานมหรสพสมโภช มีกิจกรรมประกอบด้วย การนำสัญลักษณ์ของ 77 จังหวัดทั่วประเทศ มาประดับเป็น Landmark ใหญ่ใจกลางงาน มีขบวนรถเฉลิมพระเกียรติ มีขบวนกลองประจำภาค การแสดงจากต่างประเทศ การจัดกิจกรรมย้อนยุควิถีชีวิตคนไทยเมื่อ 80 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมดนตรีและความบันเทิง การแสดงพลุดอกไม้ไฟ ซึ่งกระทรวงการคลังจะได้จัดทำสายรัดข้อมือ ที่ระลึกเป็นพิเศษในงานนี้ด้วย

– พิธีเสกและอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ได้กำหนดให้ทุกจังหวัดประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำสำคัญที่ประชาชนเคารพเลื่อมใส หรือแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัด หรือจากแหล่งน้ำที่เคยใช้ประกอบพิธีอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง โดยให้ประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ ณ สถานที่ที่สำคัญหรือพระอารามหลวงของจังหวัดแล้วนำมามอบให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเข้าพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ที่ส่วนกลางอีกครั้ง ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แล้วจึงนำทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 โดยจะประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำในแต่ละจังหวัดในวันที่ 14 ตุลาคม(บางจังหวัดอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น กรุงเทพมหานครจะประกอบพิธีตักน้ำในวันที่ 25 พฤศจิกายน เนื่องจาก ในวันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ สำนักพระราชวังอยู่ระหว่างไว้ทุกข์งานพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จึงเป็นการไม่เหมาะสมที่จะประกอบพิธีตักน้ำพระพุทธมนต์) พิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในแต่ละจังหวัดในวันที่ 28 พฤศจิกายน แล้วรวมโถน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 76 จังหวัด นำมาเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงมหาดไทย และวันที่ 2 ธันวาคม มีพิธีอัญเชิญโถน้ำพระพุทธมนต์ จำนวน ๗๗ โถ จากกระทรวงมหาดไทยไปยังพระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อประกอบพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ โดยพระเถระ จำนวน ๘๕ รูป แล้วตักน้ำบรรจุในพระเต้าปทุมนิมิตทอง นาก เงิน จากนั้น วันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ จัดริ้วขบวนอิสริยยศอัญเชิญพระเต้าปทุมนิมิตทอง นาก เงิน ( ภายในบรรจุน้ำพระพุทธมนต์ ) จากวัดพระเชตพนวิมลมังคลาราม ไปตามถนนสนามไชย ถนนหน้าพระลาน เข้าประตูวิเศษไชยศรี ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เสร็จแล้วตั้งแถวรอเฝ้ารับเสด็จฯ ทูลเกล้าฯ ถวายน้ำพระพุทธมนต์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภายในพระบรมมหาราชวัง

– การจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ที่ทำเนียบรัฐบาล จะกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศ์ และพระอนุวงศ์ เสด็จฯ ไปในงาน โดยรูปแบบการจัดงาน จะมีการถวายพระกระยาหารค่ำ และการจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึก 3 รายการ ได้แก่ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์จำลอง หนังสือที่ระลึกประมวลพระราชดำรัส และเงินสมทบมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ก็มีทั้งกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ ศาสนพิธี กิจกรรมโดยสมาคม ห้างร้าน หน่วยงานเอกชน กิจกรรมส่งเสริมอาชีพ กิจกรรมโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ มากมาย

ตราสัญลักษณ์

การประกาศใช้

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 รัฐบาลไทยจัดการแถลงข่าว ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ โดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า จากที่รัฐบาลมอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดการประกวดตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธีดังกล่าว จนกระทั่งบัดนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยกำหนดตราสัญลักษณ์ฯ แล้ว จึงเชิญชวนให้ชาวไทยทุกหมู่เหล่า ประดับธงชาติคู่กับธงตราสัญลักษณ์ฯ จนถึงสิ้นปี ด้านองอาจ คล้ามไพบูลย์ กล่าวว่า ในส่วนของผืนธงตราสัญลักษณ์ฯ นั้น ผู้ผลิตต้องจัดทำด้วยผ้าสีเหลืองนวล อันเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น

ด้านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กล่าวว่า จากการส่งผลงานเข้าประกวดตราสัญลักษณ์ฯ ระหว่างวันที่ 1-7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 พบว่า มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดจำนวน 63 คน มีจำนวนภาพตราสัญลักษณ์ฯ ที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 112 แบบ จากนั้นคณะกรรมการฯ มีมติคัดเลือกภาพตราสัญลักษณ์ฯ จำนวน 3 แบบ นำเรียนต่อ อาสา สารสิน ราชเลขาธิการ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยคัดเลือก แบบตราที่เหมาะสมสำหรับประกาศใช้เป็นตราสัญลักษณ์

ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แบบตราสัญลักษณ์ฯ ซึ่งออกแบบโดยศิริ หนูแดง ใช้เป็นตราสัญลักษณ์ โดยได้รับเงินรางวัล 400,000 บาท พร้อมประกาศเกียรติคุณ, รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่ผลงานของ เจริญ มาบุตร และทวี ศรีใหม่ ได้รับเงินรางวัลคนละ 100,000 บาท พร้อมประกาศเกียรติคุณ, รางวัลชมเชย 10 รางวัล ได้แก่ผลงานของทวี ศรีใหม่, ศุภชัย จันทร์จั่น, สุเมธ พุฒพวง, อัครพล คล่องบัญชี, บำรุง อิศรกุล, สมชาย นิแก้ว, ชนะ อั้งลี่ และอนันต์ชัย เฟื่องนคร ได้รับเงินรางวัลคนละ 10,000 บาท

ความหมาย

ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ประกอบด้วย อักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร สีเหลืองทอง อันเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ ขลิบรอบด้วยสีทอง อยู่กลางตราสัญลักษณ์ฯ บนพื้นวงกลมสีน้ำเงิน ล้อมรอบด้วยกรอบโค้งเรียบสีเหลืองทอง หมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ด้านบนอักษรพระปรมาภิไธยย่อ เป็นเลข 9 ไทย หมายถึงพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยตัวเลขนั้นอยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ อันเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ไทย และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราช

ถัดลงมาสองข้างซ้ายขวาของอักษรพระปรมาภิไธยย่อ มีลายพุ่มข้าวบิณฑ์สีทอง ซึ่งมีสัปตปฎลเศวตฉัตรประดิษฐานอยู่เบื้องบน ด้านนอกสุดเป็นกรอบโค้ง มีลวดลายสีทองบนพื้นสีเขียว ซึ่งเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ และยังหมายถึงความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความสงบร่มเย็น ด้านล่างอักษรพระปรมาภิไธยย่อ เป็นภาพกระต่ายสีขาวทรงเครื่อง อยู่ในลักษณะกำลังก้าวย่าง หมายถึงเครื่องหมายประจำนักษัตรปีเถาะ ซึ่งตรงกับปีมหามงคลนี้ โดยภาพกระต่ายอยู่บนพื้นสีน้ำเงิน มีลายกระหนกสีทองประกอบ หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร เบื้องล่างตราสัญลักษณ์ฯ เป็นแพรแถบสีชมพูขลิบทอง มีตัวอักษรสีทองความว่า พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

การลงนามถวายพระพร

สำหรับประชาชนและผู้สนใจทั้งหลาย สามารถที่จะร่วมลงนามถวายพระพรผ่านเวบไซต์ต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้ครับ

– http://www.welovekingonline.com/

– http://www.king84.th/

– http://www.v4king.in.th/

– http://www.mict.go.th/

– ใครเป็น”ประชาชน ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ยกมือขึ้น

– พระองค์ไม่ต้องปรับตัวอะไร เพราะท่านทรงทำเพื่อพวกเรามาเยอะแล้ว

– We love the King of Thailand

เรารักในหลวง

คนไทยรักในหลวง

ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บทเพลงเทิดพระเกียรติที่ได้มีโพสไว้ ผมได้รวบรวมมาไว้ให้ฟังกันครับ

ภาพยนต์เทิดพระเกียรติ ๒ ตอน จาก day poet ร่วมกับ dreamaholic เสนอภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ “อาม่า” บทและกำกับภาพยนตร์โดย พิง ลำพระเพลิง

ปิดท้ายด้วยการ์ตูนน่ารักๆ ของคุณมุนิน เรื่อง ภาพของพ่อ สามารถเข้าไปอ่านกันดูได้ตามลิงค์นะครับ [ คลิกเพื่อเข้าไปอ่านการ์ตูนเรื่อง ภาพของพ่อ จาก มุนิน ]

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ขอจงทรงมีพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพวกเราปวงชนชาวไทยทุกผู้ทุกคน ตราบนานเท่านาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า

นายราชัญ แรงดี และครอบครัว

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ที่มา: wikipedia

ฝากคอมเมนต์ หรือคำแนะนำให้ด้วยนะครับ ^^

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: